ผังงาน (Flowchart)?

คือ แผนภาพแสดงการทำงานของโปรแกรม โดยใช้สัญลักษณ์แสดงขั้นตอนและลักษณะการทำงานแบบต่างๆ สัญลักษณ์เหล่านี้จะถูกเชื่อมโยงด้วยลูกศรเพื่อแสดงลำดับการ ทำงาน ช่วยให้มองเห็นภาพการทำงานโดยรวมของโปรแกรม สะดวกต่อการตรวจสอบความถูกต้องของลำดับการทำงานและการไหลของข้อมูลในโปรแกรม การเขียนผังงานจะใช้สัญลักษณ์สื่อสารความหมายให้เข้าใจตรงกันของสถาบันมาตรฐานแห่งชาติอเมริกัน (The American National Standard Institute, ANSI) ได้กำหนดสัญลักษณ์ไว้เป็นมาตรฐาน

การที่จะให้คอมพิวเตอร์ทำการประมวลผลได้นั้นจะต้องมีชุดคำสั่งทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานเรียกว่า  โปรแกรม  (Program)    หรือ ซอฟท์แวร์  (Software)  โดยที่โปรแกรมนั้นถูกเขียนลงบนสื่อบันทึกข้อมูล  หรือป้อนผ่านทางแป้นพิมพ์เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์  เพื่อให้เครื่องทำงานตามโปรแกรม  การเขียนโปรแกรมต้องเขียนด้วยภาษาคอมพิวเตอร์  ซึ่งในปัจจุบันภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับเขียนโปรแกรมมีอยู่มากมายหลายชนิด  และแต่ละภาษาจะมีลักษณะ  วิธีการเขียนโปรแกรม  และข้อดี   ข้อเสีย แตกต่างกันไปทั้งนี้ก็เพื่อให้เหมาะสมกับงานด้านต่างๆ นั่นเองฉะนั้น ผู้เขียนโปรแกรม  (Programmer) จะต้องมีความเข้าใจถึงกฎเกณฑ์  และวิธีการเขียนโปรแกรมเป็นอย่างดี ประเภทของภาษาคอมพิวเตอร์ปัจจุบันมี  3 ประเภท

                   ภาษาเครื่อง  (Machine  Language)

                   –ภาษาระดับต่ำ   (Low – Level   Language)

                   –ภาษาระดับสูง  (High – Level Language)

1.   ภาษาเครื่องจักร  (Machine  Language)

          เป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้โดยตรงซึ่ง     การเขียนคำสั่งให้กับคอมพิวเตอร์เป็นภาษาเครื่องนั้นยากต่อการเข้าใจ องค์ประกอบของภาษาเครื่องจะประกอบด้วยเลข 0และ1 หรือระบบเลขฐานสอง (Binary System)  เมื่อส่งผ่านให้คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ โปรแกรมที่ได้จากภาษานี้จึงเป็นกลุ่มรหัสคำสั่งของตัวเลขล้วน ๆ  ที่เรียงต่อกันดังนั้นโปรแกรมภาษาเครื่องจึงมีความยุ่งยากเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากอยู่ในรูปแบบหรือสัญลักษณ์ที่เราไม่คุ้นเคย  

           ข้อดีของภาษาเครื่อง คือ กินเนื้อที่ความจำน้อย  เมื่อคำสั่งนี้เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถสั่งการทำงานได้ทันที  จึงมีความรวดเร็วสูง

           ข้อเสียของภาษาเครื่อง  คือ ยากต่อการเรียนรู้และการจดจำ  ดังนั้นจึงทำให้ยากต่อการสร้างหรือการพัฒนาซอฟท์แวร์

2.   ภาษาระดับต่ำหรือภาษาแอสเซมบลี  (Low – Level  Language)

              เป็นภาษาที่ใกล้ภาษาเครื่องหรือเครื่องเข้าใจง่าย โดยมากจะเป็นคำย่อที่วิศวกรคอมพิวเตอร์กำหนดขึ้นเพื่อให้ทำงานได้เร็วมากขึ้นกว่าการใช้ภาษาเครื่อง

          ภาษาระดับต่ำ (Low – Level  Language) มีใช้เพียงภาษาเดียว คือ  ภาษาแอสเซมบลี  (Assembly  Language)  เป็นภาษาที่ใช้สัญลักษณ์แทนการใช้รหัสตัวเลขที่ใช้ในภาษาเครื่องทำให้การเขียนโปรแกรมมีความสะดวกและง่ายขึ้น
              แต่เนื่องจากคอมพิวเตอร์สามารถรับรู้ได้หรือเข้าใจได้เพียงภาษาเดียวคือภาษาเครื่องดังนั้น  จึงต้องทำการแปลจากภาษาแอสเซมบลีให้เป็นภาษาเครื่อง 
(Machine  Language)  เสียก่อน  จึงจะสามารถนำไปใช้ควบคุมคำสั่งการให้เครื่องทำงานได้  โดยใช้ระบบโปรแกรมแปลภาษาซึ่งเรียกว่า  Translator  Program   โปรแกรมแปลภาษาของแอสเซมบลีจะมีชื่อเฉพาะของมันว่า แอสเซมเบลอร์  (ASSEMBLER)   

               ข้อดีของภาษาแอสเซมบลี   คือ เป็นภาษาที่ทำงานเร็วกว่าภาษาอื่น (ยกเว้นภาษาเครื่อง) สามารถเขียนโปรแกรมควบคุมคำสั่งการตัวเครื่อง  (HARDWARE)  ได้โดยตรงและกินที่เนื้อที่หน่วยความจำน้อย

          ข้อเสียของภาษาแอสเซมบลี  คือ ยากต่อการเรียนรู้และยากต่อความเข้าใจสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานทางด้านฮาร์ดแวร์มาก่อน  นอกจากนี้ ยังเป็นภาษาที่ผูกพันหรือขึ้นกับตระกูลหรือชนิดของเครื่องด้วย

3. ภาษาระดับสูง  (High – Level Language)

ภาษาระดับสูงเป็นภาษาที่มีลักษณะหรือรูปแบบใกล้เคียงกับสัญลักษณ์ต่าง ๆ  ที่มนุษย์คุ้นเคย (เช่นอยู่ในรูปแบบหรือคำในภาษาอังกฤษและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ซึ่งเหมือนกับที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน) ดังนั้น จึงทำให้สะดวกต่อการเรียนรู้และใช้งานมากขึ้น จึงเป็นภาษาที่นิยมใช้อย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

          ข้อดีของภาษาระดับสูง  คือเป็นภาษาที่ไม่ผูกพันหรือขึ้นตรงกับตัวเครื่อง ดังนั้นผู้เขียนโปรแกรมสามารถเขียนได้อย่างอิสระภายใต้กฎเกณฑ์ของภาษานั้น ๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางฮาร์ดแวร์  ก็สามารถใช้ประโยชน์ได้  จะอย่างไรก็ตาม  ภาษาระดับสูงเมื่อจะนำไปใช้ควบคุมสั่งการเครื่องก็ต้องนำไปแปลเป็นภาษาเครื่องก่อนเช่นเดียวกัน  โปรแกรมที่ใช้แปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องเรียกว่าคอมไพเลอร์(Compiler)หรืออาจใช้โปรแกรมที่ใช้แปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องอีกประเภท
                   ที่เรียกว่า   อินเตอร์พริทเตอร์
(Interpreter)  ภาษาระดับสูงมีดังนี้

      ภาษาปาสคาล (PASCAL) 
      ภาษาฟอร์แทรน (FORTRAN) 

      ภาษาอารืพีจี (RPG)

       ภาษาซี (C)

    ภาษาโคบอล (COBOL)
–       ภาษาเบสิก (BASIC)    

 –      ภาษาพีแอลวัน  (PL/1)

– ภาษา Python 

(  ภาษา Python นั้นกำเนิดขึ้นในปลายปี 1980 และการพัฒนาของมันนั้นเริ่มต้นในเดือนธันวาคม 1989 โดย Guido van Rossum ที่ Centrum Wiskunde & Informatica (CWI) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ เนื่องในผู้ประสบความสำเร็จในการสร้างภาษา ABC ที่มีความสามารถสำหรับการ exception handling และการติดต่อผสานกับระบบปฏิบัติการ Amoeba ซึ่ง Van Rossum นั้นเป็นผู้เขียนหลักของภาษา Python และเขาทำหน้าเป็นกลางในการตัดสินใจสำหรับทิศทางการพัฒนาของภาษา Python

หลังจากคุณได้เสร็จสิ้นบทเรียนของภาษา Python นี้ คุณจะรู้จักกับภาษา Python และโครงสร้างของภาษา และคุณจะสามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python ตั้งแต่การสร้างแอพพลิเคชันอย่างง่ายไปจนถึงโปรแกรมการคำนวณที่ซับซ้อน และเข้าใจหลักการที่สำคัญในการเขียนโปรแกรมทั้งในพื้นฐานและในขั้นสูงที่เป็นการเขียนโปรแกรมแบบเชิงวัตถุ เราจะพาคุณติดตั้งภาษา Python และแนะนำให้คุณรู้จักกับเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาโปรแกรมอย่างเช่น IDLE ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะทำให้คุณสามารถนำไปพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมภาษา Python ของคุณในขั้นสูงต่อไป เช่น การพัฒนาเว็บไซต์ การสร้างเกม ฐานข้อมูล เน็ตเวิร์ค การจัดการกราฟฟิค เป็นต้น )